นอกจากจะต้องมี service mind เป็นคุณสมบัติแล้ว คนที่อยู่ในแวดวงการโรงแรม การท่องเที่ยว หรืองานบริการด้านอื่น ต้องถือว่าเป็นผู้ที่่จะต้องเสียสละเป็นอย่างมาก
ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ หรือช่วงเทศกาล ที่คนอื่นท่องเที่ยวกันอย่างมีความสุข คนที่มีอาชีพบริการนอกจากจะไม่ได้เที่ยวแล้ว ยังเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด และคนทำงานด้านนี้ มักจะมีเวลาไปเที่ยวกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงน้อยมาก เพราะเวลาหยุดก็ไม่ตรงกับคนอื่น หลายคนบางครั้งก็น้อยใจและท้อใจก็มี (ยังไม่นับบางงานก็ไม่ได้มีเงินเดือนโบนัสและสวัสดิการแบบงานด้านอื่นหรือชั่วโมงทำงานมากกว่า)

ผู้เขียนเคยทำงาน เป็นหัวหน้าร้านขายซอฟแวร์ด้านบันเทิง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างสรรพสินค้า(ต้องเปิดทุกวัน) ก็ถือว่าเป็นอาชีพบริการเหมือนกัน เวลา recruit สัมภาษณ์คนเข้าทำงาน ถึงจะเน้นถามว่า ทำงานด้านนี้หยุดไม่ตรงกับเพื่อน เทศกาลไม่ได้หยุด ทำได้ไหม ส่วนใหญ่ก็บอกว่า สบาย ไม่มีปัญหา (เพราะกลัวไม่ได้งาน)
แต่พอทำไปก็ลืม ถึงช่วงเทศกาลก็มักจะเจอปัญหา คนมาทำงานไม่พอทุกที บางคนขาดดื้อๆ บางคนหยุดเพิ่มจากวันหยุด บางคนก็อ้างเหตุผลสำคัญ (บางเคสแค่อ้างแต่แอบไปเที่ยวก็มี)บางคนทำมานานก็เก๋าก็มีสิทธิหยุดได้ ต้องขอร้องก็มี บางคนรู้ว่าทำงานไม่มีอนาคต ก็ขาดงาน อยากตัดเงินก็ตัดไป
นึกออกอีกตัวอย่างนึง ที่พัทยา ร้านนวดแผนโบราณ ผู้เขียนเห็นพนักงานนวดวัยกลางคน กำลังร้องเพลงคาราโอเกะอย่างสนุกสนานข้างร้าน คงมีดื่มด้วย เพราะเป็นช่วงสงกรานต์ พอทัวร์เข้า พนักงานในร้านมาตามให้ไปทำงาน หมอนวดคนนี้กลับปฎิเสธ เพราะกำลังสนุกได้ที่ พอมีคนมาตามอีกสองครั้ง แกก็บอกว่า ไม่ทำแน่นอน จะหักเงินหรือว่าจะต้องให้จ่ายเงินอะไรเดี๋ยวจะไปจ่ายแต่ไม่นวดแล้ว (กำลังสนุก) ทำเอาเจ้าของร้านต้องปวดหัวอย่างหนัก

หรือคนเป็นมัคคุเทศก์หรือไกด์ บางคนคิดว่าสบาย ว่าช่วงโลว์ทำงานอย่างนึง ช่วงไฮ ทำอีกทีนึง หรือทำหนักช่วงโลว์แล้วไปเที่ยวช่วงไฮ แต่ในสภาพความเป็นจริง บางทีก็ทำได้ยาก ช่วงงานเยอะก็ต้องเหนื่อยช่วยบริษัท พอช่วงงานน้อยบริษัทจะได้ให้งานเรา แบบนี้เป็นต้น
หลายท่านที่อ่านบล๊อกนี้อาจจะบอกว่า อยู่ที่การบริหารการจัดการ ถ้าทำดี สร้างกฎให้เข้มแข็งก็น่าจะแก้ปัญหาได้ แต่บางครั้งกิจการที่ไม่ได้ใหญ่มาก ก็ต้องใช้ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการก็ต้องการความร่วมมือและไมตรี ความเสียสละ หรือ service mind ของลูกน้องเหมือนกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังและสร้างกัน บางคนพอทำงานแล้วสิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆหายไป
ถ้าคุณต้องหยุดเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ เหมือนคนในอาชีพอื่นทำได้ ก็คงทำงานบริการยาก หรือบางคนพอรู้ก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำกี่ปี (ช่วงที่ทำงานอยู่จะได้เที่ยวน้อยลง)
แต่ผู้เขียนก็รู้จักอีกหลายคน ที่ทำงานด้านบริการ อย่างทำงานห้างก็ยังทำมาเป็นสิบปี หรือพนักงานนวดแผนไทย ที่ทำงานไม่หยุดเลยทั้งปี และมีความสุขกับการทำงานบริการ โดยไม่ได้คิดว่า ตนเองจะเสียเปรียบด้านผลประโยชน์ คนเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสียสละ และมี service mind อย่างแท้จริง (ขออภัยรูปในบล๊อกนี้อาจจะไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา)
ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ หรือช่วงเทศกาล ที่คนอื่นท่องเที่ยวกันอย่างมีความสุข คนที่มีอาชีพบริการนอกจากจะไม่ได้เที่ยวแล้ว ยังเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด และคนทำงานด้านนี้ มักจะมีเวลาไปเที่ยวกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงน้อยมาก เพราะเวลาหยุดก็ไม่ตรงกับคนอื่น หลายคนบางครั้งก็น้อยใจและท้อใจก็มี (ยังไม่นับบางงานก็ไม่ได้มีเงินเดือนโบนัสและสวัสดิการแบบงานด้านอื่นหรือชั่วโมงทำงานมากกว่า)

ผู้เขียนเคยทำงาน เป็นหัวหน้าร้านขายซอฟแวร์ด้านบันเทิง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างสรรพสินค้า(ต้องเปิดทุกวัน) ก็ถือว่าเป็นอาชีพบริการเหมือนกัน เวลา recruit สัมภาษณ์คนเข้าทำงาน ถึงจะเน้นถามว่า ทำงานด้านนี้หยุดไม่ตรงกับเพื่อน เทศกาลไม่ได้หยุด ทำได้ไหม ส่วนใหญ่ก็บอกว่า สบาย ไม่มีปัญหา (เพราะกลัวไม่ได้งาน)
แต่พอทำไปก็ลืม ถึงช่วงเทศกาลก็มักจะเจอปัญหา คนมาทำงานไม่พอทุกที บางคนขาดดื้อๆ บางคนหยุดเพิ่มจากวันหยุด บางคนก็อ้างเหตุผลสำคัญ (บางเคสแค่อ้างแต่แอบไปเที่ยวก็มี)บางคนทำมานานก็เก๋าก็มีสิทธิหยุดได้ ต้องขอร้องก็มี บางคนรู้ว่าทำงานไม่มีอนาคต ก็ขาดงาน อยากตัดเงินก็ตัดไป
นึกออกอีกตัวอย่างนึง ที่พัทยา ร้านนวดแผนโบราณ ผู้เขียนเห็นพนักงานนวดวัยกลางคน กำลังร้องเพลงคาราโอเกะอย่างสนุกสนานข้างร้าน คงมีดื่มด้วย เพราะเป็นช่วงสงกรานต์ พอทัวร์เข้า พนักงานในร้านมาตามให้ไปทำงาน หมอนวดคนนี้กลับปฎิเสธ เพราะกำลังสนุกได้ที่ พอมีคนมาตามอีกสองครั้ง แกก็บอกว่า ไม่ทำแน่นอน จะหักเงินหรือว่าจะต้องให้จ่ายเงินอะไรเดี๋ยวจะไปจ่ายแต่ไม่นวดแล้ว (กำลังสนุก) ทำเอาเจ้าของร้านต้องปวดหัวอย่างหนัก

หรือคนเป็นมัคคุเทศก์หรือไกด์ บางคนคิดว่าสบาย ว่าช่วงโลว์ทำงานอย่างนึง ช่วงไฮ ทำอีกทีนึง หรือทำหนักช่วงโลว์แล้วไปเที่ยวช่วงไฮ แต่ในสภาพความเป็นจริง บางทีก็ทำได้ยาก ช่วงงานเยอะก็ต้องเหนื่อยช่วยบริษัท พอช่วงงานน้อยบริษัทจะได้ให้งานเรา แบบนี้เป็นต้น
หลายท่านที่อ่านบล๊อกนี้อาจจะบอกว่า อยู่ที่การบริหารการจัดการ ถ้าทำดี สร้างกฎให้เข้มแข็งก็น่าจะแก้ปัญหาได้ แต่บางครั้งกิจการที่ไม่ได้ใหญ่มาก ก็ต้องใช้ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการก็ต้องการความร่วมมือและไมตรี ความเสียสละ หรือ service mind ของลูกน้องเหมือนกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังและสร้างกัน บางคนพอทำงานแล้วสิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆหายไป
ถ้าคุณต้องหยุดเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ เหมือนคนในอาชีพอื่นทำได้ ก็คงทำงานบริการยาก หรือบางคนพอรู้ก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำกี่ปี (ช่วงที่ทำงานอยู่จะได้เที่ยวน้อยลง)
แต่ผู้เขียนก็รู้จักอีกหลายคน ที่ทำงานด้านบริการ อย่างทำงานห้างก็ยังทำมาเป็นสิบปี หรือพนักงานนวดแผนไทย ที่ทำงานไม่หยุดเลยทั้งปี และมีความสุขกับการทำงานบริการ โดยไม่ได้คิดว่า ตนเองจะเสียเปรียบด้านผลประโยชน์ คนเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสียสละ และมี service mind อย่างแท้จริง (ขออภัยรูปในบล๊อกนี้อาจจะไม่สัมพันธ์กับเนื้อหา)









